กฎหมายลักษณะตัวแทน

แนวทางศึกษา กฎหมายลักษณะตัวแทน ควรอ่านหนังสือให้จบก่อนนะคะ(ขอขอบคุณ พี่นิติเขียวทองค่ะ)
กฎหมายลักษณะตัวแทน

แนวคิดในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายลักษณะตัวแทนนั้น ให้คิดเป็นระบบเป็นขั้นตอน ดังนี้
ก. เป็นตัวการตัวแทนแล้วหรือยัง ? ซึ่งมี 3 มาตรา คือ 797 , 798 , 799
ข. เป็นตัวการตัวแทนชนิดใด ? ซึ่งมี 10 ชนิด 10 มาตรา คือ 800 , 801 , 802
806 , 813 , 821 , 822 , 823 , 824 , 825
ค. หน้าที่และความรับผิดระหว่างตัวการตัวแทนเป็นอย่างไร ?
- หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ ….. 807 – 814
- หน้าที่และความรับผิดของตัวการต่อตัวแทน ….. 815 – 819
- หน้าที่และความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอก ….. 820 – 825
ง. สัญญาตัวแทนระงับได้อย่างไร ? ….. 826 – 832
การแต่งตั้งตัวแทน เป็นการแสดงออกซึ่งเจตนาของบุคคล 2 ฝ่าย ซึ่งอาจแต่งตั้งได้ 4 กรณี คือ
(1) การแต่งตั้งแสดงออกโดยชัดเจน …… ม.797 ว.2
(2) การแต่งตั้งโดยปริยาย …… ม.797 ว.2
(3) การแต่งตั้งโดยผลของกฎหมาย …… ม.821
(4) การแต่งตั้งโดยการให้สัตยาบัน …… ม.823
“ตัวแทน” กับ “ผู้แทน” ต่างกันอย่างไร ?
- ตัวแทน เป็นบุคคลที่มีข้อตกลงให้ทำกิจการแทนตัวการ หากทำละเมิดต่อบุคคลภายนอก
ตัวการอาจต้องร่วมรับผิดด้วย
- ผู้แทน เป็นตัวแทนที่อิสระและมีอำนาจเหนือตัวการ หากทำละเมิดต่อบุคคลภายนอก
ตัวการไม่ต้องร่วมรับผิด …..เช่น ผู้แทนนิติบุคคล บิดามารดาเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม
ของบุตรผู้เยาว์ เป็นต้น

ก. เป็นตัวการตัวแทนแล้วหรือยัง ?
การเป็นตัวแทนนั้น ต้องพิจารณาดูว่า ในขณะทำกิจการแทนตัวการ บุคคลนั้นเป็นตัวแทนโดยครบองค์ประกอบของการเป็นตัวแทนตามที่กฎหมายกำหนดไว้หรือยัง เพราะมีผลต่อความรับผิดระหว่างตัวการ ตัวแทน และบุคคลภายนอกที่จะเกิดตามมา
ม.797 วางหลักไว้ว่า “สัญญาตัวแทน คือสัญญาซึ่งตัวแทนมีอำนาจทำการแทนตัวการ และตกลงจะทำการดั่งนั้น ซึ่งการเป็นตัวแทนนั้นจะเป็นโดยการแต่งตั้งหรือโดยปริยายก็ได้”
คำอธิบาย – ต้องมีสัญญา ซึ่งมีบุคคล 2 ฝ่าย
- ต้องมีข้อตกลงจะทำการ ซึ่งไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน
- ต้องเกิดจากความยินยอมของตัวการ และความเต็มใจของตัวแทน
- การเป็นตัวแทนอาจเป็นโดยแสดงออกชัดเจนหรือโดยปริยายก็ได้
ม.798 วางหลักไว้ว่า “กิจการใดที่กฎหมายบังคับว่าต้องทำเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการนั้นก็ต้องทำเป็นหนังสือด้วย
กิจการใดที่กฎหมายบังคับว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการนั้นก็ต้องมีหลัก ฐานเป็นหนังสือด้วย”
คำอธิบาย – สัญญาตัวแทนโดยทั่วไปไม่ต้องมีแบบหรือไม่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ
- เป็นบทบัญญัติที่ยกขึ้นกล่าวอ้างกับบุคคลภายนอกเท่านั้น
- ม.798 เป็นบทยกเว้นหลักทั่วไปของสัญญาตัวแทน กล่าวคือ
* กิจการใดที่กฎหมายกำหนดให้ต้องทำเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนก็ต้อง
ทำเป็นหนังสือด้วย ตาม ม.798 ว.1
* กิจการใดที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทน
ก็ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือด้วย ตาม ม.798 ว.2
- ตัวอย่างสัญญาตัวแทน เช่น ใบมอบอำนาจ ใบมอบฉันทะ ใบแต่งทนาย ฯลฯ
ม.799 วางหลักไว้ว่า “ตัวการคนใดใช้บุคคลผู้ไร้ความสามารถเป็นตัวแทน ตัวการคนนั้นย่อมต้องผูกพันในกิจการที่ตัวแทนกระทำ”
คำอธิบาย – บุคคลผู้ไร้ความสามารถ ได้แก่ ผู้เยาว์ ผู้วิกลจริต ผู้ล้มละลาย
- เป็นกรณีที่ตัวการยินยอมใช้บุคคลเหล่านี้เป็นตัวแทนของตน
- ตัวการคนนั้นต้องรับผลแห่งการกระทำของตัวแทนในกิจการนั้น

ข. เป็นตัวการตัวแทนชนิดใด ?
เมื่อวินิจฉัยได้แล้วว่า เกิดเป็นตัวการตัวแทนถูกต้องครบถ้วนโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ขั้นต่อไปต้องวินิจฉัยว่า เป็นตัวการตัวแทนชนิดใด ซึ่งสามารถสรุปได้ 10 ชนิด
สาเหตุที่ต้องแยกชนิดของตัวการตัวแทนนั้น เพราะตัวการตัวแทนแต่ละชนิดมีความรับผิดต่างกัน ถ้าแยกชนิดไม่ได้ก็ไม่สามารถระบุความรับผิดได้
1. ตัวแทนรับมอบอำนาจแต่เฉพาะการ
ม.800 วางหลักไว้ว่า “ถ้าตัวแทนได้รับมอบอำนาจแต่เฉพาะการ จะทำการแทนตัวการได้แต่เพียงสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้กิจที่ตัวการมอบหมายนั้นสำเร็จลุล่วงไป”
คำอธิบาย – เป็นตัวการตัวแทนกันอยู่ก่อนแล้ว
- เป็นตัวแทนเฉพาะการที่ตัวการได้จำกัดอำนาจหน้าที่เฉพาะอย่างไว้
- หน้าที่เฉพาะอย่างเช่นนั้น ตัวแทนต้องกระทำอยู่ 2 ประการ คือ
* ต้องทำกิจการที่เป็นหน้าที่โดยตรง
* ต้องทำกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับหน้าที่โดยตรงนั้นด้วย เพื่อให้กิจการที่เป็น
หน้าที่โดยตรงนั้นสำเร็จลุล่วง

ผลทาง กม. – เมื่อตัวแทนกระทำภายในขอบอำนาจหน้าที่ ตัวการต้องรับผลแห่งการกระทำนั้น
- แต่ถ้าตัวแทนกระทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ ตัวแทนก็ต้องรับผิด ตัวการไม่ต้อง
รับผิด เว้นแต่ตัวการจะยินยอมโดยการให้สัตยาบัน
ตัวอย่าง นายแดงแต่งตั้งนายดำเป็นตัวแทนไปขายที่ดินของนายแดงให้แก่นายขาว กิจการที่นายดำกระทำแทนนายแดงได้ ได้แก่ การลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดิน การจดทะเบียนนิติกรรมซื้อขายที่ดิน การชำระค่าที่ดิน ค่าถ่ายเอกสาร ฯลฯ ……….ในกรณีฉุกเฉินเพื่อประโยชน์ของตัวการ ตัวแทนก็อาจกระทำเกินขอบอำนาจที่ได้รับมอบ หมายได้ เช่น นายขาวผู้ซื้อที่ดินของนายแดงจ่ายเช็คให้นายดำ แต่เช็คของนายขาวไม่สามารถขึ้นเงินได้ นายดำอาจดำเนินการอายัดที่ดินแปลงนั้นต่อนายทะเบียนก็ได้
ถือว่าเป็นกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับหน้าที่โดยตรงนั้น
2. ตัวแทนรับมอบอำนาจทั่วไป
ม.801 วางหลักไว้ว่า “ถ้าตัวแทนได้รับมอบอำนาจทั่วไป จะทำกิจการใดๆ แทนตัวการได้ทุกอย่าง ยกเว้นการต่อไปนี้ คือ
(1) ขายหรือจำนองอสังหาริมทรัพย์
(2) ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์กว่าสามปีขึ้นไป
(3) ให้
(4) ประนีประนอมยอมความ
(5) ยื่นฟ้องต่อศาล
(6) มอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการพิจารณา”
คำอธิบาย – เป็นตัวการตัวแทนกันอยู่ก่อนแล้ว
- เป็นตัวแทนเฉพาะการอย่างหนึ่ง แต่มีอำนาจหน้าที่ทั่วไปอย่างกว้างขวาง
- ที่ว่า “เป็นตัวแทนเฉพาะการอย่างหนึ่ง” หมายความว่า เป็นผู้จัดการร้านค้าของ
ตัวการต้องจัดการร้านค้านั้นเท่านั้น จะไปจัดการโรงสีของตัวการไม่ได้
- ที่ว่า “มีอำนาจทั่วไป” หมายความว่า เป็นผู้จัดการร้านค้า ย่อมมีอำนาจดำเนิน
การต่างๆ ในร้านค้านั้นให้ได้กำไร เช่น สั่งซื้อสินค้า ขายสินค้า จ้างลูกจ้าง
ชำระภาษี ฯลฯ
- เนื่องจากตัวแทนชนิดนี้มีอำนาจกว้างขวาง กฎหมายจึงจำกัดอำนาจบางอย่างไว้
เพื่อประโยชน์ของตัวการไว้ 6 เรื่อง ตาม (1) ถึง (6)
ผลทาง กม. – เมื่อตัวแทนกระทำภายในขอบอำนาจหน้าที่ ตัวการต้องรับผลแห่งการกระทำนั้น
- แต่ถ้าตัวแทนกระทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ ตัวแทนก็ต้องรับผิด ตัวการไม่ต้อง
รับผิด เว้นแต่ตัวการจะยินยอมโดยการให้สัตยาบัน
- ข้อจำกัดอำนาจตาม (1) ถึง (6) นั้น ใช้ในกรณีที่ไม่ได้มีการตกลงยินยอมกันไว้
แต่ถ้าตัวการและตัวแทนได้ตกลงยินยอมกันไว้ ตัวแทนย่อมกระทำได้ทั้งสื้น

3. ตัวแทนทำการแทนตัวการในเหตุฉุกเฉิน
ม.802 วางหลักไว้ว่า “ในเหตุฉุกเฉิน เพื่อจะป้องกันมิให้ตัวการต้องเสียหาย ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ตัวแทนจะทำการใดๆ เช่นวิญญูชนจะพึงกระทำ ย่อมมีอำนาจกระทำได้ทั้งสิ้น”
คำอธิบาย – เป็นตัวการตัวแทนกันอยู่ก่อนแล้ว
- ตัวแทนกระทำได้เมื่อเกิดความจำเป็นเท่านั้น กล่าวคือ
* เกิดเหตุฉุกเฉินซึ่งไม่สามารถจะติดต่อกับตัวการได้ แม้จะพยายามแล้ว
* สิ่งที่กระทำไปนั้นเพื่อประโยชน์ของตัวการและจำเป็น โดยความจำเป็นนั้น
ใช้หลักวิญญูชนพิจารณา
* ต้องกระทำไปโดยสุจริต
ผลทาง กม. – ตัวการต้องรับผิดชอบในการกระทำของตัวแทนเสมือนหนึ่งตนได้กระทำเอง
- กรณีที่มิได้เป็นตัวการตัวแทนกันอยู่ก่อน ถือเป็นกรณีจัดการงานนอกสั่ง
ตัวอย่าง ลูกจ้างขับรถบรรทุกคนโดยสารให้นายจ้าง รถเกิดเสียระหว่างทาง ลูกจ้างจึงเหมา
รถคันอื่นเพื่อส่งคนโดยสารไปยังจุดหมายปลายทาง รถคันหลังเกิดคว่ำเพราะความ
ประมาทของคนขับ นายจ้างต้องรับผิด เพราะถือว่าการที่ลูกจ้างเหมารถคันใหม่นั้น
เป็นการกระทำแทนนายจ้างในฐานะตัวแทนโดยจำเป็น
4. ตัวการมิได้เปิดเผยชื่อ (ตัวแทนเชิดโดยปริยาย)
ม.806 วางหลักไว้ว่า “ตัวการซึ่งมิได้เปิดเผยชื่อ จะกลับแสดงตนให้ปรากฏและเข้ารับเอาสัญญาใดๆ ซึ่งตัวแทนได้ทำไว้แทนตนก็ได้ แต่ถ้าตัวการผู้ใดยอมให้ตัวแทนของตนทำการออกหน้าเป็นตัวการ ตัวการผู้นั้นจะทำให้บุคคลภายนอกเสียสิทธิอันพึงมีต่อตัวแทนไม่ได้”
คำอธิบาย – เป็นตัวการตัวแทนกันอยู่ก่อนแล้ว
- แต่ตัวการไม่ยอมเปิดเผยชื่อ โดยร่วมมือกับตัวแทนเพื่อปกปิดบุคคลภายนอกไม่ให้
รู้ถึงความเป็นตัวการของตน
- บุคคลภายนอกเข้ามามีนิติสัมพันธ์กับตัวแทน โดยไม่ทราบถึงความเป็นตัวการตัว
แทนเช่นว่านั้น
- ต่อมาตัวการยอมเปิดเผยชื่อเพื่อจะถือสิทธิในฐานะตัวการ
- เป็นกรณีที่ไม่มีการแต่งตั้งเป็นลายลักษณ์อักษร จึงไม่อยู่ในบังคับของ ม.797 , 798
ผลทาง กม. – การเปิดเผยชื่อในภายหลังแล้วเข้าถือสิทธิของตัวการนั้น ไม่ทำให้บุคคลภายนอกที่
ไม่ทราบความจริงต้องเสื่อมสิทธิหรือเสียสิทธิใดๆ
- แต่ถ้าบุคคลภายนอกทราบความจริงมาก่อน แล้วยังเข้าทำการใดๆ ตัวการสามารถ
หักล้างนั้นได้
ตัวอย่าง นายแดงเป็นตัวแทนของนายดำเข้ามาทำการซื้อม้าแข่งจากนายขาว โดยปกปิดมิให้
นายขาวทราบว่าทำการแทนนายดำ ทั้งนี้ เพราะว่าทั้งนายดำและนายขาวต่างมีคอก
ม้าแข่งซึ่งถือว่าเป็นคู่แข่งขันกัน เช่นนี้หากนายขาวไม่ทราบความจริงจึงขายม้าแข่ง
ให้นายแดงไป ต้องถือว่านายแดงเป็นคู่สัญญากับนายขาวโดยตรง แม้ว่าต่อมาภาย
หลังนายแดงจะเปิดเผยความจริงให้นายขาวทราบก็ตาม ดังนั้น ถ้าในการซื้อขายนั้น
นายแดงได้ตกลงจะมอบม้าแข่งตัวหนึ่งให้นายขาวเป็นการตอบแทนที่นายขาวยอม
ขายม้าแข่งชั้นดีให้ เช่นนี้นายดำก็ต้องมอบม้าแข่งของตนให้แก่นายขาวตามที่นาย
แดงได้ตกลงไว้ ……แต่ถ้าหลังจากที่นายแดงบอกความจริงแก่นายขาวแล้วจึงสัญญา
กับนายขาวว่าจะหาม้าแข่งตัวหนึ่งมามอบให้นายขาวเป็นการตอบแทน กรณีเช่นนี้
ย่อมไม่เข้ามาตรานี้ นายดำสามารถปฏิเสธการมอบม้าแข่งของตนให้นายขาวได้
5. ตัวแทนช่วง
ม.813 วางหลักไว้ว่า “ตัวแทนผู้ใดตั้งตัวแทนช่วงตามที่ตัวการระบุตัวให้ตั้ง ตัวแทนผู้นั้นไม่ต้องรับผิดการกระทำของตัวแทนช่วงนั้น แต่ถ้าตัวแทนได้รู้ว่าตัวแทนช่วงนั้นเป็นผู้ที่ไม่เหมาะแก่การหรือไม่สมควรไว้วางใจ แล้วมิได้แจ้งให้ตัวการทราบหรือมิได้เลิกถอนตัวแทนช่วงนั้นเสียเอง ตัวแทนผู้นั้นต้องรับผิด”
คำอธิบาย – เป็นตัวการตัวแทนกันอยู่ก่อนแล้ว
- ตัวแทนเป็นผู้แต่งตั้งบุคคลอื่นเป็นตัวแทนช่วง
- ตัวแทนช่วงผู้นี้เป็นผู้ที่ตัวการ “ระบุตัว” มาให้ตัวแทนแต่งตั้ง
- เมื่อใดที่ตัวแทนช่วงทำสิ่งใดเกิดความเสียหายต่อตัวการ
ผลทาง กม. – ตัวแทนไม่ต้องรับผิด ส่วนตัวแทนช่วงต้องรับผิดต่อตัวการ
- ตัวการต้องรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกที่เกิดจากการกระทำของตัวแทนช่วง
- แต่ถ้าตัวแทนได้รู้ว่า ตัวแทนช่วงผู้นั้นเป็นคนไม่เหมาะสมหรือไม่น่าไว้วางใจ
แล้วไม่ได้แจ้งให้ตัวการทราบหรือไม่ได้เลิกถอนตัวการช่วงนั้น ตัวแทนต้อง
รับผิดต่อตัวการ
- กรณีตัวแทนได้รับอำนาจจากตัวการตั้งตัวแทนช่วงได้ กรณีนี้ตัวแทนยังรับผิด
ต่อตัวการ
6. ตัวแทนเชิด
ม.821 วางหลักไว้ว่า “บุคคลผู้ใดเชิดบุคคลอีกคนหนึ่งออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี หรือ รู้แล้วยอมให้บุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเชิดตัวเองออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี บุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดต่อบุคคล ภายนอกผู้สุจริต เสมือนว่าบุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตน”
คำอธิบาย – ไม่ได้เป็นตัวการตัวแทนกันมาก่อน
- แต่เกิดมีตัวแทนเชิดขึ้นมาเพื่อจะไปมีนิติสัมพันธ์กับบุคคลภายนอก
- การเป็นตัวแทนเชิด เป็นได้ 2 กรณี คือ
* กรณีมีการเชิด คือมีบุคคลหนึ่งเชิดอีกบุคคลหนึ่งเป็นตัวแทนของตน และ
บุคคลที่ถูกเชิดก็ปฏิบัติตนเช่นนั้น
* กรณีมีการยอมให้เชิด คือมีบุคคลหนึ่งเชิดอีกบุคคลหนึ่งเป็นตัวการของตน
และบุคคลที่ถูกเชิดก็ยอมตนเช่นนั้น
- การปฏิบัติระหว่างตัวการตัวแทนเช่นนั้น ทำให้บุคคลภายนอกหลงเชื่อแล้วเข้า
มาทำกิจการด้วย
- เป็นกรณีที่ไม่มีการแต่งตั้งเป็นลายลักษณ์อักษร จึงไม่อยู่ในบังคับของ ม.797 , 798
ผลทาง กม. – ตัวการจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริต เสมือนว่าตัวแทนเชิดนั้นเป็น
ตัวแทนของตน
- ตัวแทนเชิดนี้ เป็นตัวแทนโดยผลของกฎมาย
ตัวอย่าง นายแดงไปอวดอ้างกับนายดำ ว่าตนเป็นตัวแทนของนายเขียว จะขายรถยนต์ของ
นายเขียว นายดำหลงเชื่อจึงซื้อรถยนต์ไป ส่วนนายเขียวนั้นเมื่อทราบแต่แรกก็ไม่
ชี้แจงหรือปฏิเสธกับนายดำว่า นายแดงมิใช่ตัวแทนของตน เช่นนี้ถือว่า นายเขียว
ต้องรับผิดต่อการกระทำของนายแดง ในฐานะเป็นตัวการ
7. ตัวแทนทำเกินขอบอำนาจ แต่มูลเหตุอันควรเชื่อว่าอยู่ในขอบอำนาจ
ม.822 วางหลักไว้ว่า “ถ้าตัวแทนกระทำการเกินอำนาจตัวแทน ทำให้บุคคลภายนอกมีมูลเหตุอันเชื่อได้ว่า การกระทำนั้นอยู่ในขอบอำนาจของตัวการ ให้ใช้บทบัญญัติมาตรก่อนนี้เป็นบทบังคับ แล้วแต่กรณี”
คำอธิบาย – ถือเป็นตัวแทนเชิดอีกลักษณะหนึ่งที่เป็นตัวการตัวแทนกันอยู่ก่อนแล้ว
- การปฏิบัติระหว่างตัวการและตัวแทน ทำให้บุคคลภายนอกหลงเชื่อว่า ตัวแทน
มีอำนาจที่จะทำในสิ่งที่บุคคลภายนอกจะเข้าไปทำกิจการด้วย
- เป็นเหตุให้ตัวแทนทำเกินอำนาจที่ได้รับมอบหมาย
ผลทาง กม. – ตัวการจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริต เสมือนว่าตัวแทนเชิดนั้นเป็น
ตัวแทนของตน
ตัวอย่าง นายแดงตั้งให้นายดำดูแลกิจการร้านค้าของนายแดง แต่มีข้อห้ามกันไว้ว่าห้ามนาย
ดำซื้อเชื่อสินค้ามาขาย ถ้านายเขียวขายเชื่อสินค้าให้นายดำโดยไม่ทราบว่านายแดง ห้ามไว้ เช่นนี้นายแดงต้องรับชอบต่อนายเขียวในการที่นายดำซื้อเชื่อสินค้ามาขาย
โดยจะอ้างเหตุจำกัดอำนาจนายดำไว้ไม่ได้ เพราะธรรมเนียมการค้านั้นต่างรู้กันว่า
มีการซื้อเชื่อสินค้าได้ ดังนั้น ทำให้นายเขียวเข้าใจผิดว่านายดำมีอำนาจกระทำได้
8. ตัวแทนทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนือขอบอำนาจ
ม.823 วางหลักไว้ว่า “ถ้าตัวแทนกระทำการอันใดอันหนึ่งโดยปราศจากอำนาจก็ดี หรือทำนอก เหนือขอบอำนาจก็ดี ย่อมไม่ผูกพันตัวการ เว้นแต่ตัวการจะให้สัตยาบันแก่การนั้น
ถ้าตัวการไม่ให้สัตยาบัน ตัวแทนย่อมต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกโดยลำพังตนเอง เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าบุคคลภายนอกนั้นได้รู้อยู่ว่า ตัวแทนทำการโดยปราศจากอำนาจหรือทำนอกเหนือขอบอำนาจ”
คำอธิบาย – เป็นตัวการตัวแทนกันอยู่ก่อนแล้ว
- การกระทำของตัวแทนที่ไม่ผูกพันตัวการ เกิดขึ้นได้ 2 กรณี คือ
* ตัวการไม่ได้มอบอำนาจให้ทำการนั้น แต่ตัวแทนไปทำกับบุคคลภายนอก
โดยปราศจากอำนาจ
* ตัวการมอบอำนาจให้ทำการนั้น แต่ตัวแทนไปทำกับบุคคลภายนอกโดยทำ
นอกเหนือขอบอำนาจ
- บุคคลภายนอกไม่รู้ จึงเข้ามาทำกิจการกับตัวแทนด้วย
ผลทาง กม. – ตัวการไม่ต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอก เว้นแต่ตัวการจะให้สัตยาบันต่อการทำการ
ของตัวแทน ตาม ม.823 ว.1
- ถ้าตัวการไม่ให้สัตยาบัน ตัวแทนต้องรับผิดต่อบุคลภายนอกเพียงลำพัง เว้นแต่จะ
พิสูจน์ได้ว่า ขณะเข้าทำการนั้นบุคคลภายนอกได้รู้แล้วว่า ตัวแทนได้ทำไปโดย
ปราศจากอำนาจหรือทำนอกเหนือขอบอำนาจ ตาม ม.823 ว.2
9. ตัวแทนทำสัญญาแทนตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศ
ม.824 วางหลักไว้ว่า “ตัวแทนคนใดทำสัญญาแทนตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศ และมีภูมิลำเนาอยู่ในต่างประเทศ ตัวแทนคนนั้นจะต้องรับผิดตามสัญญานั้นแต่ลำพังตนเอง แม้ทั้งชื่อตัวการจะได้เปิดเผยแล้ว เว้นแต่ข้อความแห่งสัญญาจะแย้งกันกับความรับผิดของตัวแทน”
คำอธิบาย – เป็นตัวการตัวแทนกันอยู่ก่อนแล้ว
- ตัวแทนไปทำสัญญาแทนตัวการกับบุคคลภายนอกในราชอาณาจักร
- ที่ทำสัญญาแทนเพราะตัวการอยู่ต่างประเทศ และมีมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ
- ขณะเข้าทำสัญญานั้น บุคคลภายนอกรู้อยู่แล้วว่าตัวการคือใคร
ผลทาง กม. – ตัวแทนต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกโดยลำพัง (กฎหมายบังคับ)
- เว้นแต่จะมีข้อสัญญายกเว้นความรับผิดไว้
10. ตัวแทนเข้าทำสัญญาโดยเห็นแก่อามิสสินจ้าง
ม.825 วางหลักไว้ว่า “ถ้าตัวแทนเข้าทำสัญญากับบุคคลภายนอกโดยเห็นแก่อามิสสินจ้าง เป็นทรัพย์ สินใดๆ หรือเป็นประโยชน์อย่างอื่นซึ่งบุคคลภายนอกได้ให้เป็นลาภส่วนตัวก็ดี หรือให้คำมั่นว่าจะให้ก็ดี ตัวการไม่ต้องผูกพันในสัญญาซึ่งตัวแทนของตนได้ทำนั้น เว้นแต่ตัวการจะได้ยินยอมด้วย”
คำอธิบาย – เป็นตัวการตัวแทนกันอยู่ก่อนแล้ว
- ตัวแทนไปสมคบกับบุคคลภายนอกเข้าทำสัญญากันโดยทุจริต
- เป็นการทุจริตโดยเห็นแก่อามิสสินจ้างที่บุคคลภายนอกได้ให้เป็นลาภส่วนตัว หรือ
ให้คำมั่นว่าจะให้แก่ตัวแทน
- อามิสสินจ้างนั้นเป็นทรัพย์สิน หรือเป็นประโยชน์อื่น
ผลทาง กม. – การนั้นที่ตัวแทนกระทำลงไป ตัวการไม่ต้องรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก
11. บทเบ็ดเสร็จอื่นของตัวแทน
(1) ตัวแทนไม่มีสิทธิจะได้บำเหน็จ (ม.803) ยกเว้น
- จะได้มีข้อตกลงกันไว้ในสัญญาว่าให้มีบำเหน็จ
- ทางการที่คู่สัญญาประพฤติต่อกันนั้นเป็นปริยายว่ามีบำเหน็จ
- เคยเป็นธรรมเนียมมีบำเหน็จ
(2) ถ้าตัวการคนหนึ่งทำสัญญากับตัวแทนหลายคนเพื่อให้ทำกิจการหนึ่ง ให้สันนิษฐานว่าตัวแทนทุกคนต้องร่วมกันทำกิจการนั้น จะแยกกันทำไม่ได้ (ม.804)
(3) ห้ามตัวแทนทำกิจการเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือของบุคคลภายนอก เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากตัวการก่อน หรือนิติกรรมนั้นมีเฉพาะการชำระหนี้ (ม.805)

ค. หน้าที่และความรับผิดระหว่างตัวการตัวแทนเป็นอย่างไร ?
หน้าที่และความรับผิดระหว่างตัวการตัวแทน เกิดขึ้นได้ใน 3 กรณี คือ
1. หน้าที่และความรับผิดของ “ตัวแทนต่อตัวการ”
(1) ตัวแทนมีหน้าที่โดยทั่วไปต่อตัวการ ดังนี้ (ม.807)
- ต้องทำการตามคำสั่งของตัวการ ทั้งคำสั่งที่แสดงออกโดยแจ้งชัดหรือโดยปริยาย
- กรณีไม่มีคำสั่งเช่นนั้น ต้องดำเนินการตามทางที่เคยทำกันในกิจการค้าขายนั้น
- ต้องใช้ความระมัดระวังในการทำกิจการให้แก่ตัวการ
(2) ตัวแทนมีหน้าที่ต้องทำการด้วยตนเอง เว้นแต่จะมีอำนาจให้ตัวแทนช่วงทำการได้ ตาม ม.808
(3) ตัวแทนมีหน้าที่ต้องแจ้งให้ตัวการทราบ ในสิ่งต่อไปนี้ (ม.809)
- ความเป็นไปในการที่มอบหมายให้ตัวแทนไปกระทำ
- แถลงบัญชีเมื่อการเป็นตัวแทนได้สิ้นสุดลง
(4) ตัวแทนมีหน้าที่ต้องส่งมอบหรือโอนสิ่งต่อไปนี้ให้แก่ตัวการ (ม.810)
- เงินหรือทรัพย์สินใดๆ ที่ตัวแทนรับเอาไว้แทนตัวการ
- สิทธิทั้งหลายซึ่งตัวทนได้มาในนามของตัวการ
(5) ถ้าตัวแทนเอาเงินของตัวการซึ่งควรใช้ในกิจการของตัวการ ไปใช้เป็นส่วนตัว ตัวแทนนั้นต้องเสียดอกเบี้ยในเงินนั้นนับแต่วันที่ได้เอาเงินไปใช้ ตาม ม.811
(6) ตัวแทนต้องรับผิดต่อตัวการในความเสียหายที่เกิดขึ้นเพราะเหตุต่อไปนี้ (ม.812)
- เพราะความประมาทเลินเล่อของตัวแทน
- เพราะไม่ทำการเป็นตัวแทน
- เพราะทำโดยปราศจากอำนาจหรือทำนอกเหนือขอบอำนาจ ตาม ม.823
(7) ตัวแทนผู้ใดแต่งตั้งตัวแทนช่วงตามที่ตัวการระบุตัวให้ตั้ง ถ้าตัวแทนช่วงกระทำความผิดหรือความเสียหายต่อตัวการ ตัวแทนผู้นั้นไม่ต้องรับผิด …..เว้นแต่ตัวแทนผู้นั้นได้รู้ว่าตัวแทนช่วงคนนั้นเป็นคนไม่เหมาะสมหรือไม่น่าไว้วางใจ แต่ไม่ได้แจ้งให้ตัวการทราบหรือไม่ได้เลิกถอนตัวการช่วงนั้น ตาม ม.813
 ตัวแทนช่วงคนใดซึ่งตัวแทนได้แต่งตั้งตามที่ตัวการระบุตัวให้ตั้งนั้น กระทำความผิดหรือความเสียหายต่อตัวการ ตัวแทนช่วงคนนั้นต้องรับผิดต่อตัวการ …..ในทางกลับกัน ตัวการก็ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวแทนช่วงคนนั้นเช่นกัน ตาม ม.814
2. หน้าที่และความรับผิดของ “ตัวการต่อตัวแทน”
(1) ตัวการมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินทดรองให้แก่ตัวแทนเท่าที่จำเป็น เพื่อกิจการที่ตัวการมอบหมายให้ตัวแทนกระทำการ ตาม ม.815
(2) ถ้าตัวแทนได้ออกเงินสำรองจ่ายไปแล้วเพื่อกิจการที่ทำให้แก่ตัวการ และตัวการได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่าเป็นการจำเป็น ตัวแทนมีสิทธิเรียกเอาเงินเช่นนั้นคืนจากตัวการ รวมทั้งดอกเบี้ยนับแต่วันที่ได้ออกเงินไปนั้น ตาม ม.816 ว.1
(3) ถ้าตัวแทนได้ทำกิจการตามที่ตัวการมอบหมายจนตัวแทนต้องรับภาระหนี้สินขึ้นอย่างหนึ่งอย่างใด และตัวการได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่าเป็นการจำเป็น ตัวแทนมีสิทธิเรียกให้ตัวการชำระหนี้แทนตนก็ได้ หรือถ้ายังไม่ถึงกำหนดชำระหนี้ จะให้ตัวการประกันหนี้เช่นนั้นก็ได้ ตาม ม.816 ว.2
(4) ถ้าตัวแทนได้ทำกิจการตามที่ตัวการมอบหมายจนตัวแทนต้องเกิดความเสียหายอย่างหนึ่งอย่างใด และมิใช่เป็นเพราะความผิดของตน ตัวแทนมีสิทธิเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนจากตัวการได้ ตาม ม.816 ว.3
(5) กรณีที่มีบำเหน็จตัวแทน และไม่มีข้อตกลงเป็นอย่างอื่น บำเหน็จนั้นจะจ่ายให้ตัวแทนได้ก็ต่อ เมื่อการเป็นตัวแทนได้สิ้นสุดลง ตาม ม.817
(6) ถ้าตัวแทนทำผิดหน้าที่หรือทำมิชอบในหน้าที่นั้น ตัวแทนไม่มีสิทธิได้บำเหน็จ ตาม ม.818
(7) ตัวแทนมีสิทธิยึดหน่วงทรัพย์สินใดๆ ของตัวการที่อยู่ในความครอบครองของตน จนกว่าตัวการจะได้ชำระเงินทั้งหลายที่ค้างชำระแก่ตนเพราะการเป็นตัวแทนนั้น ตาม ม.819
3. หน้าที่และความรับผิดของ “ตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอก”
(1) ตัวการต้องผูกพันต่อบุคคลภายนอก ในกิจการทั้งหลายที่ตัวแทนหรือตัวแทนช่วงได้กระทำลงไปภายในขอบอำนาจของตัวแทน ตาม ม.820 ……ตัวแทนไม่ต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอก
(2) บุคคลใด (ตัวการ) เชิดอีกบุคคลหนึ่งเป็นตัวแทนของตน หรือรู้อยู่แล้วว่าอีกบุคคลหนึ่งนั้นกำลังเชิดตัวเองเป็นตัวแทนของตน บุคคลนั้น (ตัวการ) จะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริต เสมือนว่าอีกบุคคลหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตน ตาม ม.821 ……ตัวแทนเชิดไม่ต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอก
(3) กรณีที่ตัวแทนทำการใดเกินอำนาจตัวแทน ซึ่งเกิดมาจากการปฏิบัติระหว่างตัวการและตัวแทน จนบุคคลภายนอกหลงเชื่อว่า การที่ตัวแทนทำนั้นอยู่ในขอบอำนาจของตัวแทน ตัวการจะต้องรับผิดต่อบุคคล ภายนอกผู้สุจริต เสมือนว่าตัวแทนนั้นทำการนั้นอยู่ในขอบอำนาจ ตาม ม.822 ……ตัวแทนไม่ต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอก
(4) กรณีที่ตัวแทนทำการใดโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจของตัวแทน ตัวการไม่ต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอก เว้นแต่ตัวการจะให้สัตยาบันแก่การทำการของตัวแทน ตัวการจะต้องรับผิดต่อบุคคล ภายนอก ตาม ม.823 ว.1 ………ถ้าตัวการไม่ให้สัตยาบัน ตัวแทนจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอก เว้นแต่บุคคล ภายนอกจะรู้ก่อนแล้วว่า ตัวแทนทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจ ตาม ม.823 ว.2
(5) ตัวแทนผู้ใดทำสัญญาแทนตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ ตัวแทนผู้นั้นต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกตามสัญญานั้นแต่ลำพังคนเดียว แม้ว่าจะได้เปิดเผยชื่อของตัวการแล้วก็ตาม เว้นแต่จะมีข้อสัญญายกเว้นความผิดไว้เป็นประการอื่น ตาม ม.824
(6) ถ้าตัวแทนเข้าทำสัญญากับบุคคลภายนอก โดยเห็นแก่อามิสสินจ้างเป็นทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดซึ่งบุคคลภายนอกได้ให้เป็นลาภส่วนตัวก็ดี หรือให้คำมั่นว่าจะให้ก็ดี ตัวการไม่ต้องผูกพันในสัญญานั้นต่อบุคคลภายนอก เว้นแต่ตัวการจะได้ยินยอมด้วย ตาม ม.825
อย่างไรก็ตาม ภาพโดยรวมของความสัมพันธ์ระหว่างตัวการ ตัวแทน และบุคคลภายนอก เป็นดังนี้
1. หน้าที่และความรับผิดของ “ตัวแทนต่อตัวการ”
(1) หน้าที่ต้องซื่อสัตย์สุจริตต่อตัวการ (ม.805)
(2) หน้าที่ต้องทำตามคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของตัวการ (ม.807 ว.1)
(3) หน้าที่ต้องทำหน้าที่ตัวแทนด้วยความระมัดระวัง (ม.807 ว.2 + ม.659)
(4) หน้าที่ต้องทำหน้าที่ตัวแทนด้วยตนเอง (ม.808)
(5) หน้าที่ต้องรายงานผลการทำงานให้ตัวการทราบ (ม.809)
(6) หน้าที่ต้องส่งมอบเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่ได้มาในฐานะตัวแทน (ม.810)
(7) ความรับผิดเพราะการกระทำมิชอบ (ม.812)
 ความรับผิดเพราะตั้งตัวแทนช่วง (ม.813) เว้นแต่จะมีอำนาจให้ใช้ตัวแทนช่วงทำได้
2. หน้าที่และความรับผิดของ “ตัวการต่อตัวแทน”
(1) หน้าที่ต้องจ่ายเงินทดรองให้ตัวแทนไว้ใช้จ่ายตามความจำเป็น (ม.815)
(2) หน้าที่คืนเงินที่ตัวแทนได้จ่ายทดรองไปตามความจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ตัวแทน (ม.816 ว.1)
(3) หน้าที่ชำระหนี้ที่ตัวแทนก่อขึ้นตามความจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ตัวแทน (ม.816 ว.2)
(4) หน้าที่ใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายที่เกิดจากการทำหน้าที่ตัวแทน (ม.816 ว.3)
(5) หน้าที่จ่ายบำเหน็จแก่ตัวแทน (ม.817)
3. ความรับผิดของ “ตัวการต่อบุคคลภายนอก”
(1) ตัวการย่อมผูกพันต่อบุคคลภายนอกในกิจการทั้งหลายที่ตัวแทนได้กระทำ (ม.820)
(2) รับผิดเพราะเกิดจากตัวการร่วมละเมิด (ม.425 , 427)
4. ความรับผิดของ “ตัวแทนต่อบุคคลภายนอก”
(1) เพราะไม่เปิดเผยชื่อตัวการ (ม.806)
(2) ตัวแทนกระทำโดยปราศจากอำนาจหรือทำนอกเหนือขอบอำนาจ (ม.823 ว.2)
(3) ตัวแทนกระทำการแทนคัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศ (ม.824)
(4) ตัวแทนกระทำการโดยทุจริต (ม.825)
(5) ตัวแทนทำละเมิดต่อบุคคลภายนอกในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ตัวแทน (ม.420)

ง. สัญญาตัวแทนระงับได้อย่างไร ?
สาเหตุที่ทำให้สัญญาตัวแทนระงับสิ้นไป ปรากฏใน ม.826 ซึ่งได้แก่
- ตัวการเลิกถอนตัวแทน
- ตัวแทนบอกเลิกการเป็นตัวแทน
- ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตาย
- ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกลายเป็นผู้ไร้ความสามารถ
- ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกลายเป็นคนล้มละลาย
ด้วยเหตุที่การระงับสิ้นไปของสัญญาตัวแทนอาจก่อให้เกิดผลเสียหายต่อตัวการ ตัวแทน หรือบุคคล
ภายนอก กฎหมายจึงต้องวางแนวปฏิบัติไว้ดังนี้
(1) ไม่ว่าตัวการเลิกถอนตัวแทน หรือตัวแทนบอกเลิกการเป็นตัวแทนก็ตาม สามารถเลิกได้ทุกเมื่อ ตาม ม.827 ว.1 ………..แต่ถ้าฝ่ายหนึ่งเลิกถอนหรือบอกเลิกในเวลาที่ไม่สะดวกแก่อีกฝ่ายหนึ่ง หากเกิดความเสียหายขึ้น ฝ่ายหนึ่งนั้นต้องรับผิด เว้นแต่เป็นความจำเป็นอันมิอาจจะก้าวล่วงเสียได้ ตาม ม.827 ว.2
(2) กรณีสัญญาตัวแทนระงับสิ้นไปเพราะตัวการตาย กลายเป็นผู้ไร้ความสามารถ หรือกลายเป็นคนล้มละลาย ตัวแทนยังต้องอยู่จัดการทุกอย่างเพื่อปกปักรักษาประโยชน์ของตัวการ จนกว่าทายาทหรือผู้แทนของตัวการจะเข้ามาปกปักรักษาประโยชน์นั้นแทน ตาม ม.828
(3) กรณีสัญญาตัวแทนระงับสิ้นไปเพราะตัวแทนตาย กลายเป็นผู้ไร้ความสามารถ หรือกลายเป็นคนล้มละลาย ทายาทหรือผู้รับหน้าที่ดูแลทรัพย์มรดกของตัวแทนโดยชอบด้วยกฎหมาย ต้องบอกกล่าวแก่ตัวการและจัดการเพื่อปกปักรักษาประโยชน์ของตัวการไปตามสมควรแก่พฤติการณ์ จนกว่าตัวการจะเข้ามาปกปักรักษาประโยชน์นั้นได้ ตาม ม.829
(4) เหตุที่ทำให้สัญญาตัวแทนระงับสิ้นไป ไม่ว่าจะเกิดจากฝ่ายใดก็ตาม ห้ามมิให้ฝ่ายหนึ่งยกขึ้นเป็นข้อต่อสู่กับอีกฝ่ายหนึ่ง เว้นแต่จะได้มีการบอกกล่าวเหตุนั้นไปยังอีกฝ่ายแล้ว หรืออีกฝ่ายได้ทราบเหตุนั้นแล้ว ตาม ม.830
(5) การระงับสิ้นไปของสัญญาตัวแทนนั้น ห้ามมิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับบุคคลภายนอกผู้ทำการโดยสุจริต เว้นแต่บุคคลภายนอกนั้นจะไม่ทราบเพราะความประมาทเลินเล่อของตนเอง ตาม ม.831
(6) เมื่อสัญญาตัวแทนระงับสิ้นไป ตัวการมีสิทธิเรียกให้ตัวแทนคืนหนังสือมอบอำนาจ ตาม ม.832

ตัวแทนค้าต่าง
ตัวแทนค้าต่าง หมายความถึง การทำแทนกันในทางการค้าหรือการค้าขายแทนตัวการ
ลักษณะสำคัญของตัวแทนค้าต่าง ประกอบด้วย
1. ต้องใช้หลักเกณฑ์ทั่วไปในเรื่องสัญญาตัวแทนบังคับ กล่าวคือ
(1) ต้องใช้หลักของสัญญาทั่วไป
(2) สัญญานั้นต้องมีข้อตกลง
(3) สัญญาตัวแทนค้าต่างจะทำกันอย่างไรก็ย่อมใช้บังคับกันได้เสมอ
2. ทำได้เฉพาะกิจการบางชนิดที่กฎหมายบัญญัติไว้ ซึ่งได้แก่
(1) กิจการซื้อขายทรัพย์สิน หมายถึง การซื้อขายกันตามสัญญาซื้อขาย
- สังหาริมทรัพย์
- อสังหาริมทรัพย์
- สิทธิทั้งหลายอันเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์
(2) กิจการค้าขายอย่างอื่นที่ไม่ใช่การซื้อขายทรัพย์สิน ได้แก่
- กิจการค้าขายอย่างอื่นอันเกี่ยวกับทรัพย์สินโดยตรง อาทิเช่น แลกเปลี่ยน
เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ จำนอง จำนำ การกู้ยืมเงิน ฝากทรัพย์ คลังสินค้า
- กิจการค้าขายอย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวกับทรัพย์สินโดยตรง อาทิเช่น รับจ้างทำของ
รับขนของ
3. ต้องเป็นผู้มีอาชีพในทางการค้านั้นด้วย
(1) จะเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลก็ได้
(2) จะมีอาชีพหรืองานประจำอย่างอื่นใดอีกด้วยก็ได้ แต่ต้องเป็นอาชีพในทางการค้า
4. ต้องค้าต่างในนามของตัวเอง หมายความว่า
(1) ต้องมีความสามารถในการทำการค้าแทนตัวการ
(2) ต้องมีอำนาจกระทำการในนามของตนเอง และมีสิทธิและหน้าที่ต่อบุคคลภายนอกใน
ฐานะคู่สัญญา
(3) ตัวแทนค้าต่างอาจแต่งตั้งตัวแทนช่วงได้
ตัวแทนค้าต่าง ต่างจากตัวแทนทั่วไปอย่างไร ?
1. ตัวแทนค้าต่างต้องเป็นผู้ประกอบการค้าอยู่แล้วเป็นปกติธุระ ……ส่วนตัวแทนทั่วไปจะมีอาชีพอะไรก็ได้
2. กิจการที่จะตั้งตัวแทนค้าต่างได้นั้น ต้องเป็นกิจการที่กฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะ ……ส่วนการตั้งตัวแทนทั่วไปจะเป็นการใดๆ ก็ได้
3. ตัวแทนค้าต่างต้องทำในนามของตัวเอง ……ส่วนตัวแทนทั่วไปต้องทำในนามของตัวการ
4. ตัวแทนค้าต่างเข้าเป็นคู่สัญญากับบุคคลภายนอกแทนตัวการเสมือนหนึ่งเป็นการทำสัญญาของตนเอง ……ส่วนตัวแทนทั่วไปไม่มีความผูกพันต่อบุคคลภายนอกเป็นการส่วนตัวเพราะทำในนามของตัวการ
5. ตัวแทนค้าต่างนั้น กฎหมายสันนิษฐานว่ามีบำเหน็จ ……ส่วนตัวแทนทั่วไปไม่มีข้อสันนิษฐานเช่นนั้น
ตัวแทนค้าต่าง ต่างจากการรับจ้างขายอย่างไร ?
1. ตัวแทนค้าต่างต้องเป็นผู้ประกอบการค้าที่รับทำการค้าต่างแทนอยู่เป็นปกติธุระ ……ส่วนการรับจ้างขาย ผู้รับจ้างขายมีอาชีพรับจ้างแรงงาน มิได้ประกอบการค้าเป็นอาชีพ
2. ตัวแทนค้าต่างทำการในนามของตนเอง ตัวการไม่มีอำนาจบังคับบัญชาตัวแทนค้าต่าง ……ส่วนการรับจ้างขาย ผู้จ้างมีอำนาจบังคับบัญชาลูกจ้างตลอดเวลาที่จ้าง
3. ตัวแทนค้าต่างมีสิทธิและหน้าที่ต่อบุคคลภายนอก ……ส่วนการรับจ้างขาย ผู้รับจ้างขายไม่มีสิทธิและหน้าที่ต่อบุคคลภายนอก
4. ตัวแทนค้าต่างย่อมได้รับบำเหน็จตอบแทน ……ส่วนผู้รับจ้างขายจะได้ค่าจ้างตอบแทน
ตัวแทนค้าต่าง ต่างจากการเป็นตัวแทนจำหน่าย (Dealer) อย่างไร ?
1. ตัวแทนค้าต่างต้องทำการแทนตัวการในนามของตัวเอง ……ส่วนตัวแทนจำหน่ายหรือตัวแทนการค้ากระทำเพื่อหาผล ประโยชน์ของตนเอง
2. ตัวการมีอำนาจสั่งให้ตัวแทนค้าต่างทำรายงานผลการทำงานได้ ……ส่วนผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าไม่มีอำนาจออกคำสั่งให้ตัวแทนจำหน่ายทำรายงาน
3. ตัวแทนค้าต่างได้รับบำเหน็จ ……ส่วนตัวแทนจำหน่ายได้ส่วนลดหรือได้เป็นกำไร
4. บุคคลภายนอกอาจใช้สิทธิเรียกร้องเอาจากตัวการหรือตัวแทนค้าต่างได้ ……ส่วนตัวแทนจำหน่ายหรือตัวแทนการค้านั้น บุคคลภายนอกไม่สามารถใช้สิทธิเรียกร้องเอาจากผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าได้
หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนค้าต่าง
หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนค้าต่าง สามารถแยกอธิบายได้ 2 กรณี คือ
(1) หน้าที่และความรับผิดชอบของตัวแทนค้าต่างต่อตัวการ
(2) หน้าที่และความรับผิดชอบของตัวแทนค้าต่างต่อบุคลภายนอก
** หน้าที่และความรับผิดชอบของตัวแทนค้าต่างต่อตัวการ ได้แก่
1. หน้าที่ต้องทำตามคำสั่งที่ได้รับแต่งตั้ง หรือตามธรรมเนียมประเพณีที่เคยปฏิบัติในทางการค้านั้น
2. หน้าที่ต้องกระทำตามสัญญา
3. หน้าที่ต้องกระทำด้วยตนเอง
4. หน้าที่ต้องส่งมอบทรัพย์สินหรือประโยชน์ที่ได้รับให้แก่ตัวการทั้งหมด
5. หน้าที่ต้องดูแลทรัพย์สิน รักษาและจัดการอันควรแก่ทรัพย์สิน ซึ่งคู่สัญญามอบหมายให้ไว้แก่ตนเพราะเหตุที่เป็นตัวแทนค้าต่าง
6. หน้าที่แถลงรายงาน
7. หน้าที่ให้คำบอกกล่าวแก่ตัวการเมื่อเข้าเป็นคู่สัญญาซื้อหรือขายทรัพย์สินที่มีรายการขานราคา
8. หน้าที่รับผิดชำระหนี้แทนคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งให้แก่ตัวการเมื่อเป็นตัวแทนฐานประกัน
** หน้าที่และความรับผิดชอบของตัวแทนค้าต่างต่อบุคคลภายนอก ได้แก่
1. หน้าที่ต้องผูกพันต่อบุคคลภายนอกในฐานะตัวแทนเช่นเดียวกับตัวแทนทั่วไป
2. หน้าที่ต้องผูกพันต่อบุคคลภายนอกในฐานะคู่สัญญาเสมือนหนึ่งว่าเป็นกิจการของตน
สิทธิของตัวแทนค้าต่าง
สิทธิของตัวแทนค้าต่าง สามารถแยกอธิบายได้ 2 กรณี คือ
(1) สิทธิของตัวแทนค้าต่างต่อตัวการ
(2) สิทธิของตัวแทนค้าต่างต่อบุคลภายนอก
** สิทธิของตัวแทนค้าต่างต่อตัวการ ได้แก่
(1) สิทธิเรียกร้องเงินทดรอง
(2) สิทธิเรียกให้ตัวการชำระหนี้แทนตน
(3) สิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนจากตัวการ
(4) สิทธิยึดหน่วงทรัพย์สินของตัวการ
(5) สิทธิที่จะเข้าเป็นคู่สัญญาซื้อหรือขายทรัพย์สิน
(6) สิทธิในบำเหน็จ
** สิทธิของตัวแทนค้าต่างต่อบุคคลภายนอก ได้แก่
(1) สิทธิตามสัญญาที่ตัวแทนค้าต่างได้ทำไว้แทนตัวการในนามของตนเอง
(2) สิทธิอื่นๆ เช่น สิทธิเรียกเอาค่าสินไหมทดแทน
ความระงับสิ้นไปของสัญญาตัวแทนค้าต่าง
1. โดยเจตนาของคู่สัญญา
2. โดยผลของกฎหมาย ได้แก่
- เมื่อการค้าต่างได้เสร็จสิ้นลงแล้ว
- เมื่อการค้าต่างมีกำหนดเวลา
- เมื่อสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่อง (พ้นวิสัย)
- คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตาย
- คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตกเป็นคนไร้ความสามารถ
- คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตกเป็นคนล้มละลาย
อายุความฟ้อง
อายุความฟ้องร้องตามสัญญาตัวแทนค้าต่าง แบ่งออกได้เป็น 2 กรณี คือ
1. อายุความฟ้อง 10 ปี ในกรณีเรียกร้องเอาค่าบำเหน็จ ค่าบำเหน็จพิเศษ ค่าสินไหมทดแทนจาการผิดสัญญา
2. อายุความฟ้อง 2 ปี ในกรณีเรียกร้องเอาเงินที่ได้ทดรองจ่ายไปก่อนคืนจากตัวการ

****************

About these ads

ความเห็นถูกปิด

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 166 other followers

%d bloggers like this: