สรุปกฎหมายแพ่ง 3

กฎหมายแพ่ง 3 ครอบครัว มรดก
หน่วยเน้น หน่วยที่ 1,2,5,6,9-13

เนื้อหาที่สามารถนำมาออกข้อสอบอัตนัย แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มที่ 1 กฎหมายครอบครัว (การหมั้น การสมรส ) หน่วยที่ 1-2
เรื่องที่ 1 การหมั้น (หน่วยที่ 1) มีมาตราที่ควรทำความเข้าใจ ดังนี้
1. มาตรา 1435 อายุของชายหญิงที่ทำการหมั้น ถ้าฝ่าฝืนเป็นโมฆะ เปรียบเทียบกับมาตรา 1448 ซึ่งถ้าฝ่าฝืนการสมรสเป็นโมฆียะ
2. มาตรา 1436 ผู้ให้ความยินยอมในการหมั้น ถ้าฝ่าฝืนเป็นโมฆียะ เปรียบเทียบกับมาตรา 1454 และมาตรา 1455 เรื่องการสมรส
3. มาตรา 1437 เรื่องความสมบูรณ์ของการหมั้น ดูความหมายเรื่องของหมั้น สินสอด และการเรียกคืนของหมั้นหรือสินสอด
4. มาตรา 1438 การทำสัญญาหมั้นไม่สามารถบังคับให้ทำการสมรสได้
5. มาตรา 1439 กรณีผิดสัญญาหมั้น ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาต้องใช้ค่าทดแทน ถ้าฝ่ายหญิงผิดสัญญาต้องคืนของหมั้นด้วย ซึ่งค่าทดแทนที่เรียกได้นั้นเป็นไปตามมาตรา 1440 ซึ่งมีเพียง 3 กรณีเท่านั้น
6. มาตรา 1441 คู่หมั้นตายก่อนทำการสมรส เรียกค่าทดแทนต่อกันไม่ได้ และไม่สามารถเรียกคืนของหมั้นได้
7. มาตรา 1442 ชายไม่สมรสกับหญิงเพราะเหตุเกิดแก่ฝ่ายหญิง และมาตรา 1443 หญิงไม่ทำการสมรสกับชายเพราะเหตุเกิดจากฝ่ายชาย
8. มาตรา 1444 กรณีการกระทำชั่วอย่างร้ายแรงของคู่หมั้นเป็นเหตุให้บอกเลิกสัญญา เป็นเหตุให้เรียกค่าทดแทนได้ตามมาตรา 1440
9. มาตรา 1445 สิทธิในการเรียกค่าทดแทนจากชายอื่นซึ่งได้ร่วมประเวณีหญิงคู่หมั้น เป็นกรณีที่หญิงยินยอมให้ชายอื่นร่วมประเวณี เมื่อชายคู่หมั้นบอกเลิกสัญญาหมั้นตามมาตรา 1442 แล้ว
10. มาตรา 1446 สิทธิเรียกค่าทดแทนจากชายอื่นซึ่งข่มขืนหรือพยายามข่มขืนกระทำชำเรา ไม่จำต้องบอกเลิกสัญญาหมั้นก่อน (เปรียบเทียบกับมาตรา 1445)
11. มาตรา 1447/1 + 1447/2 เรื่องอายุความในการเรียกคืนของหมั้น มีอายุความ 6 เดือนนับแต่เกิดเหตุต่างๆ ที่สามารถเรียกคืนของหมั้นได้ ส่วนการเรียกคืนสินสอดไม่มีอายุความ จึงต้องใช้อายุความทั่วไปคือ 10 ปีตามมาตรา 193/30

เรื่องที่ 2 การสมรส (หน่วยที่ 2) มีมาตราที่ควรให้ความสนใจดังนี้
1. มาตรา 1448 อายุของชายหญิงที่ทำการสมรสกัน ถ้าฝ่าฝืนเป็นโมฆียะตามมาตรา 1503 (เปรียบเทียบกับมาตรา 1435)
2. มาตรา 1449 การสมรสกับคนวิกลจริต ฝ่าฝืนตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1495
3. มาตรา 1450 การสมรสระหว่างญาติ ฝ่าฝืนตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1495
4. มาตรา 1451 การสมรสระหว่างบุตรบุญธรรมกับผู้รับบุตรบุญธรรมไม่สามารถทำการสมรสกันได้ แต่ถ้าฝ่าฝืนการสมรสนั้นสมบูรณ์ แต่การรับบุตรบุญธรรมเป็นอันยกเลิกไปตามมาตรา 1598/32
5. มาตรา 1452 ห้ามทำการสมรสซ้อน ฝ่าฝืนตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1495
6. มาตรา 1453 การสมรสใหม่ของหญิงที่สามีตายหรือการสมรสสิ้นสุดลงโดยประการอื่น ถ้าฝ่าฝืนการสมรสนั้นสมบูรณ์
7. มาตรา 1454 + 1456 ผู้เยาว์ทำการสมรส
8. มาตรา 1455 ความยินยอมในการทำการสมรส ถ้าฝ่าฝืนเป็นโมฆียะ เปรียบเทียบกับมาตรา 1436
9. มาตรา 1457 การสมรสต้องทำการจดทะเบียน
10. มาตรา 1458 การสมรสจะกระทำได้ต่อเมื่อชายหญิงยินยอม ต้องแสดงความยินยอมโดยเปิดเผยต่อนายทะเบียน และนายทะเบียนต้องบันทึกความยินยอมนั้น ฝ่าฝืนตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1495
11. มาตรา 1459 การทำการสมรสกันในต่างประเทศ ใช้บังคับกับคู่สมรสที่อย่างน้อยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสัญชาติไทย
12. มาตรา 1460 พฤติการณ์พิเศษที่ไม่อาจทำการสมรสต่อนายทะเบียนได้
13. มาตรา 1461 ชายหญิงต้องอยู่กินกันฉันสามีภริยา
14. มาตรา 1462 กรณีขอให้ศาลสั่งอนุญาตให้สามีภริยาแยกกันอยู่
15. มาตรา 1463 สามีหรือภริยาเป็นคนไร้ความสามารถ อีกฝ่ายหนึ่งจ้องเป็นผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์แล้วแต่กรณี เป็นไปตามหลักมาตรา 1461

กลุ่มที่ 2 กฎหมายครอบครัว (บิดา มารดา และบุตร) หน่วยที่ 5-6
เรื่องที่ 1 บิดามารดา หน่วยที่ 5 มีมาตราที่ควรทำความเข้าใจดังนี้
1. การเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย
1.1 เด็กที่เกิดก่อนสมรส
1) การเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของมารดา ตามมาตรา 1546
2) การเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดา ตามมาตรา 1547 ซึ่งมี 3 กรณีคือ บิดามารดาได้ทำการสมรสกันในภายหลัง บิดาได้จดทะเบียนรับรองว่าเป็นบุตร (มาตรา 1548) และศาลมีคำพิพากษาว่าเป็นบุตร ซึ่งเวลาที่มีผลของการเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดาทั้ง 3 กรณีเป็นไปตามมาตรา 1557
1.2 เด็กที่เกิดระหว่างสมรส
1) เด็กที่เกิดจากการสมรสชอบด้วยกฎหมาย (การสมรสกระทำไปตามมาตรา 1457, 1458) เป็นไปตามมาตรา 1536 วรรค 1
2) เด็กที่เกิดจากการสมรสภายหลังมีคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดว่าการสมรสนั้นเป็นโมฆะ ตามมาตรา 1536 วรรค 2
3) เด็กที่เกิดจากการสมรสซ้อน ตามมาตรา 1538
4) เด็กที่เกิดระหว่างสมรสซึ่งศาลพิพากษาให้เพิกถอนในภายหลัง ตามมาตรา 1560 ผลให้ถือว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย
1.3 เด็กที่เกิดภายหลังการสมรส
1) เด็กที่เกิดภายใน 310 วันนับแต่การสมรสสิ้นสุดลง ตามมาตรา 1536 วรรค 1
2) เด็กที่เกิดภายใน 310 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าการสมรสนั้นเป็นโมฆะ ตามมาตรา 1536 วรรค 2
3) เด็กที่เกิดภายใน 310 วันนับแต่วันที่มีคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดว่าการสมรสครั้งหลังเป็นโมฆะ (เนื่องจากฝ่าฝืนมาตรา 1452) ตามมาตรา 1538 วรรค 3
4)เด็กที่เกิดจากหญิงระหว่างการสมรสใหม่ โดยเด็กเกิดภายใน 310 วันนับแต่การสมรสกับสามีคนเดิมสิ้นสุดลง ตามมาตรา 1537
2. การจดทะเบียนรับรองบุตร ตามมาตรา 1548 ต้องทำโดยบิดา ซึ่งต้องได้รับความยินยอมจากตัวเด็กเองและมารดาเด็ก เมื่อจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรแล้วจะถอนมิได้ตามมาตรา 1559
3. การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตร ตามมาตรา 1555 มี 7 กรณี ทำความเข้าใจแต่ละกรณีให้ชัดเจน เพราะในทางปฏิบัติเกิดขึ้นอยู่เสมอ และดูขั้นตอนในการฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรตามมาตรา 1556 ด้วย
4. ชายผู้เป็นหรือเคยเป็นสามีปฏิเสธไม่รับเด็กเป็นบุตร ตามมาตรา 1539 ซึ่งต้องเป็นกรณีที่ต้องด้วยข้อสันนิษฐานตามมาตรา 1536, 1537, 1538 มาก่อน ดูขั้นตอนการฟ้อง ฟ้องใคร และชายจะต้องพิสูจน์อะไร ดูไปถึงมาตรา 1541 กรณีที่ชายหรือผู้เคยเป็นสามีจะฟ้องคดีไม่รับเด็กเป็นบุตรไม่ได้ และมาตรา 1542 เรื่องอายุความฟ้องคดีไม่รับเด็กเป็นบุตร
5. สิทธิของเด็กในการปฏิเสธความเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของชาย ตามมาตรา 1545

เรื่องที่ 2 สิทธิ หน้าที่ของบิดามารดาและบุตร (หน่วยที่ 6) มีมาตราที่ควรให้ความสนใจดังนี้
1. มาตรา 1561 สิทธิในการใช้ชื่อสกุลของบิดา
2. มาตรา 1562 การห้ามฟ้องบุพการี ถือว่าเป็นคดีอุทลุมเมื่อฟ้องบุพการีเป็นคู่ความโดยตรงเท่านั้น ถ้าไม่ใช่บุตรที่ชอบด้วยกฎหมายฟ้องบุพการี ไม่ถือว่าเป็นคดีอุทลุม
3. มาตรา 1563 บุตรต้องอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา
4. มาตรา 1564 หน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงดูบุตรและให้การศึกษา
5. มาตรา 1566 อำนาจปกครองของบิดามารดา ดูกรณีที่อำนาจปกครองอยู่กับบิดาหรือมารดาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งซึ่งมี 6 กรณีตามวรรค 2
6. มาตรา 1567 สิทธิของผู้ใช้อำนาจปกครอง
7. มาตรา 1568 อำนาจปกครองกรณีที่คู่สมรสมีบุตรติดมา
8. มาตรา 1569 ผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตร
9. มาตรา 1571 ความหมายของการใช้อำนาจปกครอง
10. มาตรา 1573 การจัดสรรเงินได้ของบุตร
11. มาตรา 1574 นิติกรรมซึ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เยาว์ที่ผู้ใช้อำนาจปกครองกระทำไม่ได้ เว้นแต่ศาลจะอนุญาต มี 13 กรณี เปรียบเทียบกับมาตรา 1476 ด้วย (ให้ระวังการซื้อขายรถยนต์ไม่เป็นกรณีตามมาตรา 1476 (1) เนื่องจากรถยนต์ไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์ หรือสังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้)
12. มาตรา 1575 กิจการที่ประโยชน์ของผู้ใช้อำนาจปกครองขัดกับประโยชน์ของผู้เยาว์ +มาตรา 1576
13. มาตรา 1582 กรณีเป็นเหตุให้ศาลถอนอำนาจปกครอง
14. มาตรา 1584/1 สิทธิของบิดามารดาที่จะติดต่อกับบุตรตามควรแห่งพฤติการณ์
15. มาตรา 1585 กรณีที่จะจัดให้มีผู้ปกครอง
16. มาตรา 1586 กรณีตั้งผู้ปกครอง
17. มาตรา 1587 บุคคลที่ตั้งให้เป็นผู้ปกครองได้ ดูข้อยกเว้นด้วย ซึ่งมี 5 กรณี
18. มาตรา 1598/2 สิทธิและหน้าที่ของผู้ปกครอง ดูมาตรา 1564 วรรค 1 และมาตรา 1567 ด้วย
19. มาตรา 1598/3 ผู้ปกครองเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม
20. มาตรา 1598/5 การขอคำปรึกษาผู้อยู่ในปกครองในการทำกิจการที่สำคัญ
21. มาตรา 1598/6 ความเป็นผู้ปกครองย่อมสิ้นสุดเมื่อผู้อยู่ในปกครองตายหรือบรรลุนิติภาวะ
22. มาตรา 1598/7 ตัวผู้ปกครองเป็นเหตุให้ความปกครองสิ้นสุด
23. มาตรา 1598/8 เหตุที่ทำให้ศาลสั่งถอนผู้ปกครอง และดูไปถึงมาตรา 1598/9 เรื่องผู้มีสิทธิร้องขอให้ถอนผู้ปกครอง
กลุ่มที่ 3 กฎหมายมรดก (หน่วยที่ 9-13)
เรื่องที่ 1 สิทธิในการรับมรดก และการแบ่งมรดกระหว่างทายาทโดยธรรม (หน่วยที่ 9) มีมาตราที่ควรให้ความสนใจดังนี้
1. มาตรา 1620 (start) ผู้ใดตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ หรือทำไว้แต่ไม่มีผลบังคับใช้ ให้ปันทรัพย์มรดกทั้งหมดแก่ทายาทโดยธรรม
2. มาตรา 1621 กรณีทายาทโดยธรรมได้รับทรัพย์สินตามพินัยกรรมด้วย
3. มาตรา 1627 กรณีที่ถือว่าเป็นผู้สืบสันดาน = บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้ว และบุตรบุญธรรม
4. มาตรา 1629 ลำดับของทายาทโดยธรรม 6 ลำดับ สำคัญมากๆๆๆๆๆๆ ต้องเข้าใจความหมายของทายาทโดยธรรมในแต่ละลำดับอย่างดี เช่น ในลำดับผู้สืบสันดาน กรณีถือว่าเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องนำความรู้ในหน่วยที่ 5 มาประกอบการวินิจฉัยด้วย เป็นต้น
5. มาตรา 1630 ทายาทลำดับหลังไม่มีสิทธิในการรับมรดก ยกเว้นทายาทลำดับ 1 และลำดับ 2 ซึ่งไม่ตัดสิทธิซึ่งกันและกัน
6. มาตรา 1631 ลำดับของการรับมรดกของทายาทโดยธรรมในชั้นผู้สืบสันดาน (ทายาทโดยธรรมลำดับ 1) ชั้นสนิทที่สุดเท่านั้นที่จะได้รับมรดก ชั้นถัดลงไปจะรับมรดกได้ก็โดยใช้สิทธิในการรับมรดกแทนที่เท่านั้น
7. มาตรา 1633 ส่วนแบ่งของทายาทในลำดับเดียวกัน ย่อมเท่ากัน
8. มาตรา 1634 ส่วนแบ่งระหว่างผู้สืบสันดานในการรับมรดกแทนที่กัน
9. มาตรา 1635 ลำดับและส่วนแบ่งของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่

เรื่องที่ 2 การรับมรดกแทนที่ (หน่วยที่ 10)
1. มาตรา 1639 กรณีผู้สืบสันดานเข้ารับมรดกแทนที่ ต้องเป็นทายาทโดยธรรมลำดับที่ 1, 3, 4, 6 เท่านั้น ซึ่งต้องเป็นกรณีการถูกกำจัดก่อนเจ้ามรดกตายเท่านั้น (ให้ดูความหมายเรื่องการรับมรดกแทนที่ และการสืบมรดก ซึ่งไม่เหมือนกัน) ทายาทลำดับที่ 2 และ 5 ไม่สามารถรับมรดกแทนที่กันได้ตามมาตรา 1641
2. มาตรา 1640 กรณีสาบสูญสามารถรับมรดกแทนที่ได้
3. มาตรา 1642 การรับมรดกแทนที่ ใช้บังคับได้แต่ในระหว่างทายาทโดยธรรม และเฉพาะผู้สืบสันดานเท่านั้นที่มีสิทธิ บุพการีไม่มีสิทธิรับมรดกแทนที่ตามมาตรา 1643 บุตรบุญธรรมไม่มีสิทธิในการรับมรดกแทนที่
4. มาตรา 1645 สิทธิในการรับมรดกแทนที่กรณีเป็นผู้สละมรดกรายอื่น

ผู้รับมรดกแทนที่ต้องเป็นผู้สืบสันดานโดยตรง ตามมาตรา 1643 ดังนั้นบุตรบุญธรรม จึงไม่สามารถรับมรดกแทนที่ผู้รับบุตรบุญธรรมได้

เรื่องที่ 3 เรื่องการเสียสิทธิในการรับมรดก (หน่วยที่ 11)
1. การถูกกำจัดมิให้รับมรดก
1) มาตรา 1605 การถูกกำจัดมิให้รับมรดกฐานเป็นผู้ยักย้ายปิดบังทรัพย์ ไม่ใช้บังคับแก่ผู้รับพินัยกรรมซึ่งทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินเฉพาะสิ่งเฉพาะอย่าง
2) มาตรา 1606 การถูกกำจัดมิให้รับมรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควร มี 5 กรณี ให้ทำความเข้าใจว่ากรณีใดเป็นการถูกกำจัดก่อนหรือหลังเจ้ามรดกตาย
3) มาตรา 1607 ผลของการถูกกำจัดมิให้รับมรดกเป็นการเฉพาะตัว ผู้สืบสันดานสามารถสืบมรดกต่อไปได้ (ไม่ใช่การรับมรดกแทนที่ แต่ผลเหมือนกัน)
2. การตัดมิให้รับมรดก เป็นการตัดตลอดสาย ไม่สามารถมีการสืบมรดกแทนที่กันได้
1) มาตรา 1608 วิธีการตัดทายาทโดยธรรมมิให้รับมรดก มี 2 วิธี
2) มาตรา 1609 การถอนการแสดงเจตนาการตัดมิให้รับมรดก
3. การสละมรดก
1) มาตรา 1611 ข้อจำกัดในการสละมรดก หรือการรับมรดกอันมีเงื่อนไขหรือภาระติดพันของทายาทที่เป็นบุคคลไร้ความสามารถ
2) มาตรา 1612 วิธีการสละมรดกมี 2 วิธี คือ การทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และการทำเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ส่วนการสละมรดกด้วยวาจา ไม่มีผลใดๆ ตามกฎหมาย
3) มาตรา 1613 การสละมรดก ต้องเป็นการสละทั้งหมด จะสละแต่เพียงบางส่วน หรือโดยมีเงื่อนไข เงื่อนเวลาไม่ได้ และไม่สามารถถอนการสละมรดกได้
4) มาตรา 1614 การสละมรดกซึ่งเป็นการทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ (ดูเปรียบเทียบการเพิกถอนการฉ้อฉล มาตรา 237)
5) มาตรา 1615 การสละมรดกมีผลตั้งแต่เจ้ามรดกตาย
6) มาตรา 1617 ผลของการที่ผู้รับพินัยกรรมสละมรดก
7) มาตรา 1619 ผู้ใดจะสละ จำหน่าย จ่าย โอน ซึ่งสิทธิอันจะมีในภายหน้า (= สละมรดก) ในการสืบมรดกผู้ที่มีชีวิตอยู่ไม่ได้

ถ้าเป็นเรื่องการสละมรดกโดยทายาทโดยธรรม ผลคือ มีการสืบมรดกกันได้ (คนละอย่างกับการรับมรดกแทนที่) แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ผู้รับพินัยกรรมสละมรดก ไม่สามารถมีการสืบมรดกกันได้

เรื่องที่ 4 พินัยกรรม (หน่วยที่ 12) มีมาตราที่ควรให้ความสนใจดังนี้
1. มาตรา 1646 + 1647 ผลบังคับของการทำพินัยกรรม และการแสดงเจตนากำหนดเผื่อตาย
2. มาตรา 1651 ประเภทของผู้รับพินัยกรรมมี 2 ประเภท คือ ผู้รับพินัยกรรมลักษณะทั่วไป และผู้รับพินัยกรรมลักษณะเฉพาะ
3. มาตรา 1653 ผู้เขียน พยาน และคู่สมรสของผู้เขียนหรือพยาน (ไม่รวมบุตร) จะเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมนั้นไม่ได้ ฝ่าฝืนเป็นโมฆะ ตามมาตรา 1705
4. มาตรา 1654 การพิจารณาความสามารถของผู้ทำพินัยกรรม และผู้รับพินัยกรรม
5. มาตรา 1656 พินัยกรรมแบบธรรมดา สำคัญมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ดูองค์ประกอบสำคัญ 4 ข้อ
6. มาตรา 1657 พินัยกรรมแบบเขียนเอง
7. มาตรา 1658 พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
8. มาตรา 1660 พินัยกรรมแบบเอกสารลับ
9. มาตรา 1663 กรณีที่อาจทำพินัยกรรมด้วยวาจาได้ + มาตรา 1664 การสิ้นผลของพินัยกรรมที่ทำด้วยวาจา
10. มาตรา 1665 กรณีลงลายพิมพ์นิ้วมือแทนการลงลายมือชื่อตามมาตรา 1656, 1658, 1660
11. มาตรา 1666 พยานในการทำพินัยกรรมตามมาตรา 1656, 1658, 1660 ไม่สามารถใช้ลายพิมพ์นิ้วมือตามมาตรา 9 วรรค 2 ได้
12. มาตรา 1670 บุคคลที่เป็นพยานในการทำพินัยกรรมไม่ได้ สำคัญมากๆๆๆๆๆๆ มี 3 ประเภท
13. มาตรา 1673 สิทธิและหน้าที่ที่เกิดขึ้นตามพินัยกรรม
14. มาตรา 1674 ข้อกำหนดพินัยกรรมมีเงื่อนไข
15. มาตรา 1681 กรณีได้ทรัพย์สินอื่นมาแทนทรัพย์สินซึ่งเป็นวัตถุแห่งพินัยกรรม
16. มาตรา 1682 ผลของพินัยกรรมที่ทำขึ้นเพื่อปลดหนี้ หรือโอนสิทธิเรียกร้อง

เรื่องที่ 5 การเสียเปล่าไปซึ่งพินัยกรรม (หน่วยที่ 13) มีมาตราที่ควรให้ความสนใจดังนี้
1. มาตรา 1693 สิทธิในการเพิกถอนพินัยกรรม
2. มาตรา 1694 ความสมบูรณ์ของการเพิกถอนพินัยกรรม (ฉบับแรก/ ฉบับหลัง)
3. มาตรา 1695 วิธีการเพิกถอนพินัยกรรม
4. มาตรา 1696 ผู้ทำพินัยกรรมโอนทรัพย์สินซึ่งเป็นวัตถุแห่งข้อกำหนดพินัยกรรม
5. มาตรา 1697 กรณีพินัยกรรมฉบับก่อนกับฉบับหลังขัดกัน
6. มาตรา 1698 กรณีข้อกำหนดพินัยกรรมนั้นตกไป มี 4 กรณี
7. มาตรา 1699 กรณีพินัยกรรมหรือข้อกำหนดเกี่ยวกับทรัพย์สินสิ้นผล ความหมายคล้ายกับมาตรา 1620 สามารถยกขึ้นอ้างด้วยกันได้
8. มาตรา 1703 ผลของพินัยกรรมซึ่งบุคคลอายุไม่ครบ 15 ปีทำขึ้น เป็นโมฆะ ดูคู่ไปกับมาตรา 25
9. มาตรา 1704 ผลของพินัยกรรมซึ่งคนไร้ความสามารถทำขึ้นเป็นโมฆะ เปรียบเทียบกับคนวิกลจริตตามวรรค 2
10. มาตรา 1705 กรณีที่ทำให้พินัยกรรมเป็นโมฆะ ในเรื่องพยาน และแบบของการทำพินัยกรรม สำคัญมากๆๆๆๆๆๆๆๆ
11. มาตรา 1706 กรณีข้อกำหนดของพินัยกรรมเป็นโมฆะ
12. มาตรา 1707 ข้อกำหนดมีเงื่อนไขให้ผู้รับพินัยกรรมจำหน่ายทรัพย์สิน มรดกแก่บุคคลอื่น ถือว่าเงื่อนไขนั้นเป็นอันไม่มีเลย
13. มาตรา 1708 พินัยกรรมที่ทำขึ้นเพราะเหตุถูกข่มขู่
14. มาตรา 1709 พินัยกรรมที่ทำขึ้นเพราะเหตุสำคัญผิด หรือถูกกลฉ้อฉล
15. มาตรา 1710 อายุความฟ้องขอให้เพิกถอนข้อกำหนดพินัยกรรม

ข้อแนะนำในการศึกษาและการตอบข้อสอบอัตนัยกฎหมายแพ่ง 3
1. ธรรมชาติของวิชานี้มีมาตราจำนวนมากอยู่แล้ว แต่ละมาตรามีความเชื่อมโยงกันอย่างมาก จึงไม่สามารถที่จะเก็งหรือบอกให้ชี้ชัดลงไปได้ว่ามาตราใดควรจะนำมาออกข้อสอบ (ไม่สามารถตัดลงให้น้อยกว่านี้ได้อีกแล้ว) ทำความเข้าใจที่ละเรื่อง เริ่มตั้งแต่เรื่องการหมั้น การสมรส การสิ้นสุดการสมรส บิดามารดา ความเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย มรดก และพินัยกรรม ทุกเรื่องมีความเชื่อมโยงเกี่ยวกันหมด อย่าพยายามอ่านหนังสือโดยท่องมาตราเน้นเพราะจะไม่เกิดความเข้าใจเลย ค่อยๆอ่านตามเอกสารการสอนไปเรื่อยๆ ก็จะเข้าใจเอง เนื่องจากวิชานี้เป็นวิชาที่สนุกมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเราโดยตรง
2. อัตนัย 2 ข้อแรกเป็นเรื่องครอบครัว ส่วนข้อ 3 เป็นเรื่องมรดกและพินัยกรรมซึ่งต้องใช้ความรู้เรื่องครอบครัวมาตอบด้วย ข้อหนึ่งตอบไม่ต่ำกว่า 4-5 มาตรา ดังนั้นถ้ายกหลักกฎหมายไม่ครบก็จะเสียคะแนนไปได้มาก ประเด็นคำถามแต่ละข้อไม่เคยมีประเด็นเดียว ส่วนใหญ่จะถาม 3-4 ประเด็นขึ้นไปทั้งสิ้น
3. ใกล้สอบพยายามทบทวนตัวบทให้มากตามกลุ่มมาตราที่ให้ไว้ด้านบน เชื่อว่าน่าจะสอบผ่านได้ครับ

About these ads

ความเห็นถูกปิด

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 161 other followers

%d bloggers like this: