ฎีกา วิ อาญา ( ข้อสอบ )
1.โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรย่อมแสดงว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยในข้อหาเดียวเท่านั้น การที่จำเลยให้การรับสารภาพผิดตามฟ้องโจทก์ทุกประการจึงเป็นคำรับสารภาพที่ไม่สามารถรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความในข้อหาใดโจทก์จึงต้องนำพยานเข้าสืบเพื่อให้ได้ความว่าจำเลยกระทำผิดในข้อหาใดข้อหาหนึ่ง แต่โจทก์ไม่ได้นำสืบให้ได้ความเช่นนั้น และแม้ว่าคำร้องขอบรรเทาโทษของจำเลยจะมีเนื้อหาว่าจำเลยรับซื้อไมโครโฟนของกลางไว้เพื่อให้หลานใช้ร้องเพลงเล่นก็ตาม แต่คำร้องบรรเทาโทษมิใช่คำให้การแต่เป็นเพียงการขอใลงโทษสถานเบาและบรรยายเหตุผลต่างๆให้ศาลปราณี เมื่อคำให้การของจำเลยไม่สามารถรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดในข้อหาใด ศาลย่อมพิพากษาลงโทษจำเลยไม่ได้ ฎ.6742/2544 หน่วยที่ 8 หน้า35
2.ในคดีข้อหารับของโจรซึ่งผู้เสียหายต้องเสียเงินไถ่ทรัพย์คืน เมื่อพนักงานอัยการฟ้องคดีอาญาจะขอให้จำเลยชดใช้เงินค่าไถ่ทรัพย์ดังกล่าวมิได้ เพราะไม่ใช่ทรัพย์สินหรือราคาตาม ป วิอาญา ม.43 ฎ.660/2480 และ ฎ.442/2507 หน่วยที่7 หน้า 84
3.แม้การริบของกลางเป็นโทษทางอาญาก็ตาม แต่คดีนี้โจทก์มีคำขอให้ริบวัตถุระเบิดและเครืองกระสุนปืนของกลาง และ ป วิอาญา ม.186(9)ก็บัญญัติให้ศาลจะต้องมีคำวินิจฉัยในเรื่องของกลางในคำพิพากษาหรือคำสั่งด้วย ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาโดยไม่มีคำสั่งเรื่องของกลางจึงไม่ชอบ เมื่อจำเลยอุทธรณ์ฝ่ายเดียว โดยโจทก์มิได้อุทธรณ์ในเรื่องของกลางด้วย ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจทำคำวินิจฉัยในเรื่องของกลางนี้ได้ เพราะมิใช่เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยและไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ ฎ.1020/2541 หน่วยที่9 หน้า 1211.โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรย่อมแสดงว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยในข้อหาเดียวเท่านั้น การที่จำเลยให้การรับสารภาพผิดตามฟ้องโจทก์ทุกประการจึงเป็นคำรับสารภาพที่ไม่สามารถรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความในข้อหาใดโจทก์จึงต้องนำพยานเข้าสืบเพื่อให้ได้ความว่าจำเลยกระทำผิดในข้อหาใดข้อหาหนึ่ง แต่โจทก์ไม่ได้นำสืบให้ได้ความเช่นนั้น และแม้ว่าคำร้องขอบรรเทาโทษของจำเลยจะมีเนื้อหาว่าจำเลยรับซื้อไมโครโฟนของกลางไว้เพื่อให้หลานใช้ร้องเพลงเล่นก็ตาม แต่คำร้องบรรเทาโทษมิใช่คำให้การแต่เป็นเพียงการขอใลงโทษสถานเบาและบรรยายเหตุผลต่างๆให้ศาลปราณี เมื่อคำให้การของจำเลยไม่สามารถรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดในข้อหาใด ศาลย่อมพิพากษาลงโทษจำเลยไม่ได้ ฎ.6742/2544 หน่วยที่ 8 หน้า35
2.ในคดีข้อหารับของโจรซึ่งผู้เสียหายต้องเสียเงินไถ่ทรัพย์คืน เมื่อพนักงานอัยการฟ้องคดีอาญาจะขอให้จำเลยชดใช้เงินค่าไถ่ทรัพย์ดังกล่าวมิได้ เพราะไม่ใช่ทรัพย์สินหรือราคาตาม ป วิอาญา ม.43 ฎ.660/2480 และ ฎ.442/2507 หน่วยที่7 หน้า 84
3.แม้การริบของกลางเป็นโทษทางอาญาก็ตาม แต่คดีนี้โจทก์มีคำขอให้ริบวัตถุระเบิดและเครืองกระสุนปืนของกลาง และ ป วิอาญา ม.186(9)ก็บัญญัติให้ศาลจะต้องมีคำวินิจฉัยในเรื่องของกลางในคำพิพากษาหรือคำสั่งด้วย ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาโดยไม่มีคำสั่งเรื่องของกลางจึงไม่ชอบ เมื่อจำเลยอุทธรณ์ฝ่ายเดียว โดยโจทก์มิได้อุทธรณ์ในเรื่องของกลางด้วย ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจทำคำวินิจฉัยในเรื่องของกลางนี้ได้ เพราะมิใช่เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยและไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ ฎ.1020/2541 หน่วยที่9 หน้า 121
เพื่อนๆลองพิจารณาดูครับว่าตรงกับข้อสอบหรือไม่ แสดงความคิดเห็นด้วย